โพสต์โดย : Admin เมื่อ 2 ก.ค. 2569 15:07:37 น. เข้าชม 84 ครั้ง
| สเปน
|
![]()
3 ก.ค. 2569 |
ออสเตรีย
|

"กระทิงดุ" แชมป์ยุโรป เปิดศึกสายเลือดเพื่อนร่วมทวีป ชน "วิหคเพลิง" ปิดประตูแพ้ 34 นัดติดล่าตั๋ว 16 ทีมบอลโลก
บอลโลก 2026 | สเปน VS ออสเตรีย (สนามกลาง) | รอบ 32 ทีม | วันศุกร์ที่ 03 กรกฎาคม 2026 | เวลา 02:00 น.
พรีวิว
การต่อสู้เพื่อแย่งชิงสิทธิ์เข้าไปพบกับ โปรตุเกส หรือ โครเอเชีย ในรอบ 16 ทีมสุดท้ายสุดเดือด ทีมชาติ สเปน และ ออสเตรีย โคจรมาพบกันในรอบ 32 ทีมสุดท้ายของศึก บอลโลก 2026 ณ โซไฟ สเตเดียม โดยทีมแชมป์ยุโรปประเทศล่าสุดผ่านเข้ารอบมาในฐานะแชมป์ กลุ่ม H เพื่อดวลเดือดกับทัพ "วิหคเพลิง" ที่คว้าอันดับสองของ กลุ่ม J ตามหลังทีมมหาอำนาจลูกหนังโลกอย่าง อาร์เจนตินา
แมตซ์ พรีวิว
สเปน
สเปน ถูกยกให้เป็นเต็งหนึ่งที่จะผ่านเข้ารอบในฐานะแชมป์ กลุ่ม H อย่างไม่ยากเย็นโดยบรรดาเว็บไซต์เดิมพันชั้นนำของ บอลโลก และทัพ "กระทิงดุ" ก็ทำได้ตามคาดหลังจากประเดิมสนามด้วยผลเสมออันน่าผิดหวังกับ เคปเวิร์ด โดยเก็บไปได้ 7 คะแนนจาก 9 คะแนนเต็ม พร้อมกับสถิติสุดหรูไม่เสียประตูเลยแม้แต่ลูกเดียว พวกเขาการันตีตั๋วเข้ารอบน็อคเอาท์ด้วยการเบียดเอาชนะ อุรุกวัย ของกุนซือ มาร์เซโล บิเอลซา ไปได้ 1-0 ในเกมนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม จากประตูชัยของ อเล็กซ์ บาเอน่า ทว่าแผงเกมรับของกุนซือ เดอ ลา ฟูเอนเต้ ต่างหากที่โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นขโมยซีนในทัวร์นาเมนต์นี้ ไม่เพียงแต่ทีมชาติ สเปน จะรักษาคลีนชีตได้ 100% เต็มในการลุยศึกที่อเมริกาเหนือครั้งนี้ แต่พวกเขายังไม่โดนคู่แข่งส่องยิงตรงกรอบเลยแม้แต่ครั้งเดียวในช่วงครึ่งแรก ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขายังไม่ปล่อยให้คู่แข่งยิงเกิน 6 ครั้งเลยใน 5 เกมหลังสุดของศึก บอลโลก ซึ่งเป็น 1 ใน 2 ทีมที่ทำได้นับตั้งแต่ปี 1966 เจริญรอยตาม อาร์เจนตินา ในปี 2022 ส่งผลให้เวลานี้พลพรรค "กระทิงดุ" ยืดสถิติไร้พ่ายในทุกรายการออกไปเป็น 34 นัดติดต่อกัน (ไม่นับรวมการแพ้จุดโทษ) ซึ่งตามหลังสถิติสูงสุดของประเทศที่เคยทำไว้ 35 นัดในช่วงปี 2007 ถึง 2009 เพียงแค่นัดเดียว และยังอยู่ไม่ไกลจากสถิติไร้พ่ายตลอดกาลของโลก 37 นัดที่ทีมชาติ อิตาลี ชุดแชมป์ ยูโร 2020 ทำไว้ ทำให้พวกเขากลายเป็นทีมเต็งจ๋าที่จะลดช่องว่างสถิตินี้ลงในวันพฤหัสบดีนี้
ออสเตรีย
ในทางตรงกันข้ามกับเกมที่ประตูถูกปิดตายอย่างคู่ของ สเปน เกมสุดท้ายรอบแบ่งกลุ่มของ ออสเตรีย กลับเต็มไปด้วยการพังประตูอันน่าตื่นเต้น ซึ่งลูกทีมของ ราล์ฟ รังนิก สามารถเอาตัวรอดผ่านเข้าสู่รอบ 32 ทีมสุดท้ายมาได้แบบหวุดหวิดเส้นยาแดงผ่าแปด หากว่าสองประตูของ ริยาด มาห์เรซ ช่วยให้ แอลจีเรีย เป็นฝ่ายชนะ ออสเตรีย คงต้องเก็บกระเป๋ากลับบ้านในฐานะทีมอันดับสามเนื่องจากมีประตูได้เสียเป็นรองทีมเหรียญทองแดงร่วมอย่าง เซเนกัล ทว่ากองหน้าร่างยักษ์อย่าง ซาซ่า คาลัดจ์ซิช สวมบทฮีโร่โหม่งประตูตีเสมอ 3-3 ในนาทีที่ 96 ช่วยยืดเวลาการเดินทางในศึก บอลโลก ครั้งนี้ออกไปได้สำเร็จ พร้อมกับคว้าอันดับสองของกลุ่มด้วยประตูได้เสียที่ดีกว่า แอลจีเรีย ที่กอดคอเข้ารอบมาด้วยกัน ทำให้ทัพ "วิหคเพลิง" เดินหน้าสู่รอบน็อคเอาท์พร้อมกับจารึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของ บอลโลก ในฐานะทีมแรกที่ไม่แพ้ในเกมการแข่งขันหลังจากตกเป็นฝ่ายตามหลังในช่วงต่อเวลาบาดเจ็บของครึ่งหลัง โดยมี คอนราด ไลเมอร์ ที่กำลังมีฤดูกาลที่ยอดเยี่ยมในบทบาทฟูลแบ็กตัวอินเวิร์ตให้กับ บาเยิร์น มิวนิค เป็นคีย์แมนสำคัญ ดาวเตะวัย 28 ปีรายนี้ไม่ใช่ผู้เล่นที่เล่นหวือหวาแต่เขาผ่านบอลได้อย่างรวดเร็วและอ่านเกมขาดไม่แพ้กองหลังคนไหนในยุโรป ซึ่งหากทีมต้องการโชว์ฟอร์มให้ออกมาดี เขาจำเป็นต้องเค้นฟอร์มเก่งออกมาไม่ว่าจะถูก ราล์ฟ รังนิก ส่งลงเล่นในตำแหน่งใดก็ตาม ทั้งนี้การจบอันดับสองของกลุ่มยังเป็นการยุติการรอคอยอันยาวนานถึง 72 ปีของพวกเขาในการผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาท์ บอลโลก นับตั้งแต่ปี 1954 ที่เคยเอาชนะ สวิตเซอร์แลนด์ 7-5 ในรอบก่อนรองชนะเลิศก่อนจะไปพ่าย เยอรมันตะวันตก 6-1 ในรอบรองชนะเลิศ ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขายังต้องย้อนไปถึงศตวรรษก่อนหากจะหาชัยชนะครั้งล่าสุดที่ทำได้เหนือ สเปน ในเกมมิตรภาพ 3-2 เมื่อปี 1990 และทั้งสองทีมไม่เคยโคจรมาพบกันอีกเลยนับตั้งแต่ปี 2009 ที่ ดาบิด บีย่า เหมาสองประตูช่วยให้ทัพ "กระทิงดุ" ถล่มยับ 5-1
ฟอร์มล่าสุด
สเปน (บอลโลก) : เสมอ ชนะ ชนะ
สเปน (ทุกรายการ) : เสมอ เสมอ ชนะ เสมอ ชนะ ชนะ
ออสเตรีย (บอลโลก) : ชนะ แพ้ เสมอ
ออสเตรีย (ทุกรายการ) : ชนะ ชนะ ชนะ ชนะ แพ้ เสมอ
สภาพความพร้อมของทีม
สเปน
ความเหนียวแน่นของแผงหลังทีมชาติ สเปน ก้าวขึ้นมาถูกที่ถูกเวลาอย่างยิ่ง เนื่องจากกุนซืออย่าง เดอ ลา ฟูเอนเต้ ต้องประสบปัญหานักเตะแนวรุกบาดเจ็บเล่นงานพร้อมกันทั้ง เยเรมี่ ปิโน่ (หัวไหล่), นิโก้ วิลเลียมส์ (กล้ามเนื้อต้นขาด้านใน) และ วิคเตอร์ มูญอซ (ต้นขา) ซึ่งทั้งหมดตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะพลาดการลงสนามในเกมรอบ 32 ทีมสุดท้ายนี้ โดยมี วิคเตอร์ มูญอซ ดาวยิงที่มีข่าวเตรียมย้ายซบ ลิเวอร์พูล ที่ดูจะมีโอกาสฟิตทันช่วยทีมได้มากที่สุด ทว่า อเล็กซ์ บาเอน่า ไม่ควรจะเสียตำแหน่งตัวจริงทางกราบซ้ายไปหลังจากเพิ่งสวมบทฮีโร่ทำประตูชัยในเกมกับ อุรุกวัย ซึ่งถือเป็นประตูแรกของเจ้าตัวกับทีมชาตินับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2024 ขณะที่ปัญหาปวดหัวในการจัดทัพเพียงจุดเดียวของกุนซืออยู่ที่แดนกลาง ซึ่งเกมนัดล่าสุดเลือกใช้งาน มิเกล เมริโน่ ทว่าในเกมนี้ทั้ง ฟาเบียน รุยซ์, ดานี่ โอลโม่ และ กาบี ต่างพร้อมลงสนามเบียดแย่งตำแหน่งตัวจริงจากมิดฟิลด์ค่าย อาร์เซน่อล รายนี้
ออสเตรีย
ทางฝั่งทัพ "วิหคเพลิง" นักเตะแกนหลักระดับลุงแก่อย่าง มาร์โก อาร์เนาโตวิช และ ดาบิด อลาบา มีอาการสะบักสะบอมและล้าติดตัวมาจากเกมสุดเดือด 6 ประตูที่เสมอกับ แอลจีเรีย อย่างไรก็ตาม รายงานล่าสุดระบุว่าทั้งสองคนไม่ได้มีอาการบาดเจ็บรุนแรงอะไรนอกเหนือไปจากอาการเสียวแปลบเล็กน้อยที่บริเวณหัวเข่าเท่านั้น ทำให้กุนซือ ราล์ฟ รังนิก ไม่มีเรื่องให้ต้องกังวลใจในการจัดทัพเลย โดยมี เควิน ดานโซ่ และ มิชาเอล เกรโกริตช์ พร้อมสแตนบายลงสนามทดแทนในตำแหน่งของ ดาบิด อลาบา และ มาร์โก อาร์เนาโตวิช ทันทีหากมีความจำเป็น ขณะที่ฮีโร่ผู้พังประตูนาทีบาปอย่าง ซาซ่า คาลัดจ์ซิช น่าจะยังคงต้องเริ่มต้นที่ม้านั่งสำรองตามเดิมและยังไม่น่าจะได้รับโอกาสออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในเกมนี้
คาดการณ์ผู้เล่น
สเปน : ซิมอน; โยเรนเต้, กูบาร์ซี่, ลาปอร์กต์, กูกูเรญ่า; เมริโน่, โรดรี่, เปดรี่; ยามาล, โอยาร์ซาบาล, บาเอน่า
ออสเตรีย : เอ. ชลาเกอร์; พอช, ลีนฮาร์ต, อลาบา, มเวเน่; ซีวัลด์, เอ็กซ์. ชลาเกอร์; ไลเมอร์, ชมิด, ซาบิตเซอร์; อาร์เนาโตวิช
วิเคราะห์คาดการณ์
แชมป์ยุโรปทีมล่าสุดอย่าง สเปน เดินหน้าเข้าสู่รอบน็อคเอาท์ด้วยฟอร์มอันแข็งแกร่งและพกสถิติไร้พ่ายมาอย่างยาวนานถึง 34 นัดติดต่อกัน แม้ว่าในแนวรุกกุนซือ เดอ ลา ฟูเอนเต้ จะเจอปัญหานักเตะบาดเจ็บทั้ง เยเรมี่ ปิโน่ และ นิโก้ วิลเลียมส์ รวมถึง วิคเตอร์ มูญอซ ทว่าพวกเขายังมีทีเด็ดจาก อเล็กซ์ บาเอน่า และ ลามีน ยามาล คอยปั้นเกมรุกร่วมกับแดนกลางระดับโลกที่มีทั้ง โรดรี่ และ เปดรี่ คอยคุมจังหวะเกม อีกทั้งเกมรับของพวกเขายังแข็งแกร่งเป็นหินผาไม่เสียประตูเลยตลอดรอบแบ่งกลุ่มที่ผ่านมา ขณะที่ ออสเตรีย ทัพ "วิหคเพลิง" แม้จะสร้างประวัติศาสตร์โกงความตายผ่านเข้ารอบมาได้จากประตูนาทีที่ 96 ของ ซาซ่า คาลัดจ์ซิช และมีฟูลแบ็กฟอร์มดีอย่าง คอนราด ไลเมอร์ คอยขับเคลื่อนเกม แต่สภาพทีมเวลานี้ค่อนข้างกรอบล้ามาจากเกมนัดล่าสุด อีกทั้งสองแกนหลักอย่าง ดาบิด อลาบา และ มาร์โก อาร์เนาโตวิช ยังคงมีอาการบาดเจ็บรบกวนที่หัวเข่า ยามที่ต้องมาเจอกับระบบการเล่นที่แน่นอน การครองบอลบุกที่ทรงประสิทธิภาพ และเกมรับที่เหนียวแน่นไม่ปล่อยให้คู่แข่งยิงตรงกรอบง่ายๆ ของทัพ "กระทิงดุ" ดูแล้วเป็นงานที่ยากเกินไปสำหรับทีมของ ราล์ฟ รังนิก คาดว่าเกมนี้จะเป็น สเปน ที่เป็นฝ่ายครอบครองเกมและบุกเข้ากดดันอย่างต่อเนื่อง ก่อนจะอาศัยความเฉียบคมเบียดเอาชนะไปได้พร้อมยืดสถิติไร้พ่ายต่อไป
คาดการณ์สกอร์ : สเปน 2-0 ออสเตรีย
ข้อมูลที่น่าสนใจ
ทีมชนะ: สเปน - เนื่องจากมีมาตรฐานการเล่นที่เหนือกว่าชัดเจนและพกสถิติไร้พ่ายมา 34 นัดติดต่อกัน อีกทั้งแผงมิดฟิลด์ที่นำโดย โรดรี่ จะช่วยให้ทีมครองเกมบุกเบียดเอาชนะแนวรับของ ออสเตรีย ที่เพิ่งเสียไปถึง 3 ประตูในนัดล่าสุดได้ไม่ยาก
สกอร์สูง/ต่ำ (Over/Under 2.5 Goals) : ต่ำ - เนื่องจากในทัวร์นาเมนต์นี้ สเปน มีระเบียบวินัยในเกมรับที่เหนียวแน่นขั้นสุดยอดจนยังไม่เสียประตูเลยแม้แต่ลูกเดียว ยามต้องลงเล่นรอบน็อคเอาท์ย่อมเน้นความรัดกุมเป็นพิเศษทำให้ประตูในเกมนี้จะไม่เกิดขึ้นมากมาย
Both Teams to Score (BTTS) : ไม่ - เนื่องจากเกมรับของทัพ "กระทิงดุ" เล่นได้อย่างสมบูรณ์แบบ แดนหลังคู่แข่งยังไม่สามารถหาจังหวะยิงตรงกรอบในครึ่งแรกได้เลย ยามเจอกับแนวรุกของ ออสเตรีย ที่แกนหลักอย่าง มาร์โก อาร์เนาโตวิช มีอาการเจ็บเข่ารบกวนจึงยากที่จะเจาะทำประตูได้
ทีมได้ประตูแรก : สเปน - เนื่องจากความสามารถเฉพาะตัวของแนวรุกดาวรุ่งอย่าง ลามีน ยามาล ประกอบกับการขึ้นเกมรุกทางกราบซ้ายของ อเล็กซ์ บาเอน่า จะช่วยให้ทีมเปิดเกมรุกเข้ากดดันแผงหลังของคู่แข่งที่ยังไม่นิ่งพอจนสามารถพังประตูออกนำไปก่อนได้ตามเป้า